GMAT หรือ Graduate
Management Admission Test
เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้คะแนน GMAT
ในการพิจารณารับนักศึกษา
ลักษณะของข้อสอบเป็นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ
และคณิตศาสตร์
รวมทั้งความถนัดของการเขียนในเชิงวิเคราะห์
ซึ่งเป็นความสามารถที่นักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาด้านบริหารธุรกิจควรจะมี
ข้อสอบเป็นแบบปรนัย
รูปแบบข้อสอบ
GMAT ข้อสอบประกอบไปด้วย
3 ส่วน คือ
1.Analytical Writing Assessment : เป็นการเขียน 2
essays แต่ละ essays
2.Quantitative section : ลักษณะคำถามมี 2 แบบคือ
problem solving และ data sufficiency
3. Verbal section : ลักษณะคำถามมี 3 รูปแบบคือ
sentence correction, critical reasoning และ reading
comprehension
รายวิชาในหลักสูตร
เนื้อหาหลักในข้อสอบ GMAT ประกอบไปด้วย 3
ส่วนใหญ่ๆได้แก่
(1) Verbal Section ประกอบไปด้วย 41
คำถาม (Multiple Choices) โดยกำหนดเวลาทำภายใน 75 นาที
ประกอบไปด้วยแบบทดสอบ 3 กลุ่มได้แก่
---> Sentence Correction เพื่อทดสอบทักษะ Grammar
เป็นหลัก
---> Critical Reasoning เพื่อทดสอบการคิดแบบมีเหตุผล
---> Reading Comprehension เพื่อทดสอบทักษะการอ่าน
(2) Quantitative
Section ประกอบไปด้วย 37 คำถาม
(Multiple Choices) โดยกำหนดเวลาทำภายใน 75 นาที
ประกอบไปด้วยแบบทดสอบ 2 กลุ่มได้แก่
---> Problem Solving
เพื่อทดสอบทักษะการแก้ปัญหาโดยใช้คณิตศาสตร์
---> Data Sufficiency
เพื่อทดสอบทักษะการแก้ปัญหาโดยผู้ทดสอบต้องตัดสินว่าข้อมูลที่ได้มานั้น
เพียงพอกับการตัดสินใจหรือไม่
(3) Analytical Writing
Assessment โดยผู้ทดสอบต้องเขียน
Essay 2 ข้อโดยใช้เวลาไม่เกินข้อละ 30 นาที
อย่างไรก็ตามสถาบันการศึกษาหลายแห่งไม่นำคะแนนในส่วนนี้มาคำนวณคะแนนที่ใช้ยื่นสมัครเข้าเรียน
ข้อสอบ GMAT มีคะแนนเต็ม 800 คะแนน ใช้เวลาสอบทั้งสิ้น
3 ชั่วโมงครึ่งโดยมีเวลาพัก 10 นาทีสองครั้ง
ระหว่างทำการทดสอบ
ดังนั้นผู้ทดสอบส่วนใหญ่จึงมักใช้เวลาทำการทดสอบทั้งสิ้นประมาณ
4 ชั่วโมง
ว้
การคิดคะแนนของ GMATจะมีการติดลบ 1 ใน
4 สำหรับข้อที่เลือกผิดทุกข้อ
และการรายงานผลจะรายงานคะแนน 3
ครั้งล่าสุด
มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะพิจารณาเฉพาะผลคะแนนครั้งที่ดีที่สุด
แต่บางแห่งอาจจะพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของทั้ง
3 ครั้ง ในคณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง
อาจจะพิจารณาจากพัฒนาการของนักศึกษาจากผลที่ได้แต่ละครั้ง
คะแนน GMAT จะอยู่ระหว่าง 200 - 800
คะแนน ส่วนใหญ่นักศึกษาจะทำได้ประมาณ
250-700 ในส่วนการเขียนเชิงวิเคราะห์
จะมีคะแนนในช่วง 0 - 6
ผู้ที่ไม่ทำข้อสอบทั้ง 2 ชุด
คือทั้งการเขียนบทความ
และการทำข้อสอบปรนัย
จะไม่ได้รับผลคะแนน
เนื่องจากถือว่าทำข้อสอบไม่สมบูรณ์
ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอบ
GMAT
ในประเทศไทยให้เป็นแบบการสอบกับคอมพิวเตอร์
คะแนน GMAT กับ Business
Schoolsคะแนน GMAT ที่ผู้สอบจะได้รับ
จะมีแบ่งเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้
- Quantitative ระดับคะแนน
อยู่ในช่วง 0 ถึง 60
- Verbal ระดับคะแนนอยู่ในช่วง
0 ถึง 60
- Overall ระดับคะแนนอยู่ในช่วง
200 ถึง 800
ซึ่งเป็นคะแนนหลังจากนำสองส่วนแรกมารวมกันแล้วนำมาเทียบให้อยู่ในช่วงคะแนน
200 ถึง 800
- Analytical Writing
Assessment ระดับคะแนน อยู่ในช่วง
0 ถึง 6
โดยจะเป็นคะแนนแยกจากสองส่วนแรก
ส่วนนี้สำคัญน้อยกว่าสองส่วนแรก
- ผลการทดสอบ GMAT
สามารถนำไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อกับ Business School
โดยเฉพาะที่
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา
- สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต้องการผลคะแนน
GMAT 650-700 คะแนน
- สถาบันการศึกษาในระดับ
Top ในสหรัฐอเมริกา
GMAT ไม่ต่ำกว่า
600 คะแนน
|
มหาวิทยาลัย |
คะแนน |
|
Stanford University |
730 |
|
Cornell University |
670 |
|
Georgetown
University |
655 |
|
University of
Pittsburgh |
620 |
|
สถานที่จัดสอบ
GMAT
ประเทศไทย
มีสถานที่สอบอยู่ 2
แห่ง คือ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ กรุงเทพมหานครนั้นตั้งอยู่
ที่ชั้น 10 อาคาร Bangkok Business
ถนนอโศก โทรศัพท์ 02 664 3563
ส่วนที่เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053 227 500-2
|