HOME

เรียนผู้ดูแลเว็บไซด์  และท่านบรรณาธิการ

จาก  อ.ปั้น

เรื่องบทความ   ภาวะการกดดันตนเอง  (เรื่องผู้หญิงที่อยากแต่งงาน   แต่ไม่ได้แต่งซักที)

 

 

                ผม อ.ปั้น   เปิดสถาบันเพิ่มศักยภาพตนเอง   ( www.tutorchula.com/potential.htm)   โดยสอนบุคคลต่างๆที่มีความทุกข์ในจิตใจ    ซึ่งตลอดที่ผ่านมามีคนเข้ามาปรึกษา  หรือส่งจดหมายมาถาม  ในประเด็นต่างๆ  ซึ่งผมได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจ   ส่งไปยังนิตยสาร  สิ่งพิมพ์ หรือ เว็บไซด์  ต่างๆตลอดมา  เพื่อประโยชน์ของบุคคลต่างๆ      ถ้าท่านสนใจบทความของผมสามารถนำไปลงในนิตยสาร  สิ่งพิมพ์ หรือ เว็บไซด์  ของท่านได้ทันที    ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น   (แต่ห้ามแก้ไขบทความใดๆทั้งสิ้น  ก่อนขออนุญาติจากผม)

 

อ.ปั้น  สถาบันเพิ่มศักยภาพตนเอง

www.tutorchula.com/potential.htm

Email ; paputking@yahoo.com

อ.ปั้น โทร  089-169-0911    ผู้ช่วย อ.ปั้น 086-332-9288

 

 

4/5/2554

บทความ   ภาวะการกดดันตนเอง (เรื่องผู้หญิงที่อยากแต่งงาน   แต่ไม่ได้แต่งซักที)

 

                  มีผู้หญิงคนหนึ่งมาพบผม เขาอายุประมาณ 33  ปี   หน้าตาดี  แต่ยังไม่แต่งงานนื่องจากแฟนทำงานที่ต้องเดินทางไปมา  เมืองนอกค่อนข้างบ่อย  คบกันมานาน 9 ปี  หลังๆผู้ชายเดินทางไปเมืองนอกประมาณ 1-2 ครั้ง/เดือน   จะอยู่ประเทศไทย ประมาณ 2 สัปดาห์แล้วก็เดินทางอีก   ทำให้ทั้ง 2 คน ไม่ค่อยเจอกัน  ผู้หญิงต้องการแต่งงานแต่ผู้ชายยังไม่ค่อยอยากแต่ง  ผู้ชายบอกว่ายังไม่พร้อมอีกทั้งผู้หญิงอารมณ์ค่อนข้างร้อน  กลัวเข้ากับที่บ้านผู้ชายไม่ได้  ผู้หญิงมีอาการคล้ายๆซึมเศร้าตั้งแต่อายุ 30 ปี  เพราะรู้สึกว่าทำไมเพื่อนถึงแต่งงานกันไปเกือบหมดแล้ว  แต่ตนองยังไม่ได้แต่งซักที  แฟนก็ดูท่าทีไม่ชัดเจน  ตั้งแต่อายุ 30 ปี  เริ่มมีอารมณ์โมโหง่ายหงุดหงิด  บางครั้งพูดจาด่าทอแฟน  ทะเลาะกันรุนแรงบ่อยครั้ง   เริ่มแยกตัวเองจากกลุ่มเพื่อนๆ  ไม่ติดต่อเพื่อนๆมาประมาณ 2 ปี แล้ว   เพราะรู้สึกทุกข์ใจเวลาเพื่อนพูดถึงสามีตนเอง  พูดถึงลูกของเพื่อน  รู้สึกตัวเองมีปมด้อย  อิจฉาเพื่อนๆ  

 

                แรงขับดันของจิตใจ  คนเราเมื่อมีความต้องการบางอย่างแล้วไม่ได้ดังหวัง  มักมีการตอบสนองต่อความผิดหวังที่ต่างกันสำหรับผู้หญิงคนนี้ตอบสนองโดยอารมณ์ที่รุนแรงต่อแฟน   แต่บุคคลอื่นๆใช้วิธีหลบหน้าเพราะไม่อยากให้ใครถามถึงปมในใจของตนเอง

                การแก้ไข   ผู้หญิงคนนี้เชื่อในความรักที่ซื่อสัตย์  ดังนั้นจึงไม่ยอมมีคนอื่นๆ  รอคอยแต่แฟนตนเอง   ปกติผู้หญิงคนนี้เลิกงานจะกลับบ้านทันที  ไม่เคยไปไหนหลังเลิกงาน   ผมจึงเริ่มจากให้เขาต้องไปกินข้าวตอนเย็นกับเพื่อนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง    ต่อมาเป็นต้องมีกิจกรรมกับบุคคลอื่นๆอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง  ต่อมาให้พยายามรู้จักและเล่าเรื่องเพื่อนใหม่ให้ได้มากขึ้นทุกสัปดาห์  หลังจากทำอยู่ 1 เดือน  ผู้หญิงคนนี้แจ้งว่าคนที่เขาไปด้วย มี อยู่ 2 คนเหมือนมาจีบเขา   เขาจะไม่ไปด้วยแล้ว  ผมถามว่า 2 คนสุภาพไหม  ไว้ใจได้ไหม  เขาบอกนิสัยดีสุภาพทั้งคู่  ผมบอกว่าอย่าสนใจเราถือว่าเรามาหาเพื่อน  เราไปกับเพื่อนหลายๆคนไม่ได้ไปกับเขาคนเดียว   หลังจากผ่านไปอีก 1 เดือน  ผู้หญิงคนนี้บอกว่าเขาเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับผุ้ชายคนหนึ่ง(1ใน2คน ที่พูดถึง)  เพราะเขาดูแลเราตลอด   และผู้หญิงก็บอกผุ้ชายว่าเขาอายุ 33 ปี  ต้องการแต่งงาน  ไม่ได้อยากคบใครเล่นๆ  ผู้ชายก็เลยบอกว่าผมก็อายุ 35 แล้วก็ไม่ได้ต้องการคบใครเล่นๆ เพราะอยากสร้างครอบครัว    ผุ้หญิงบอกว่ารู้สึกตนเองนอกใจแฟน  ผมบอกเขาว่าเวลาอยู่กับผู้ชายคนที่มาจีบมีความสุขไหม  ผู้หญิงบอกมีความสุขดี   ผมเลยบอกว่าทำใจเป็นกลาง  บอกผู้ชายคนนี้ไปเลยว่าขอเวลาดูใจ   หลังจากนั้นผู้หญิงบอกว่าตนเองเริ่มไม่ค่อยเครียด   เพราะมีเพื่อนที่ไม่แต่งงานก็หลายคน(เริ่มรู้สึกว่าคนอายุ 33 แต่ยังไม่แต่งงานก็เยอะอยู่)   อีกอย่างก็ดูใจผู้ชายคนใหม่อยู่  

                สิ่งที่ผมต้องการคือ  ทำให้ผู้หญิงคนนี้ทำใจได้ว่าถ้าไม่แต่งงานก็ไม่เห็นไปไหรเลย   อีกอย่างคือพยายามให้ผู้หญิงคนนี้เปิดใจมากขึ้น   คนที่เราคบอาจไม่พร้อมแต่งงานกับเรา  แต่อาจมีคนอื่นๆที่พร้อม   การที่เรากดดดันตนเองด้วยสิ่งใด    แล้วไม่ได้ดังหวังย่อมเป็นแรงบีบคั้นจิตใจเรา  ดังนั้นเราต้องรู้จักกดดันตนเองแต่พอเหมาะ  

สุดท้ายที่สำคัญ  การเฝ้ารอ การเป็นผู้รอคอย มันเป็นความทุกข์  แต่การเป็นผู้เลือกมีความสุขมากกว่า   ในเมื่อเราต้องรอคอยคนหนึ่งอย่างยาวนาน แต่เขาไม่เลือกเราซักที   ทำไมเราไม่เปิดใจดูสิ่งอื่นๆรอบข้างเรา